โครงการสหเครือข่ายควาย - วัว จ.อุบลราชธาน

                       องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัด อุบลราชธานี
- องค์กรกองทุนสงเคราะห์โค - กระบือ เมตตาธรรมวัดป่าไทรงาม
- องค์กรกลุ่มผู้เลี้ยงควาย - วัว บ้านทุ่งเจริญ
- องค์กรกลุ่มผู้เลี้ยงควาย - วัว บ้านสว่าง
- องค์กรเลี้ยงกระบือ บ้ายโพนเมือง
- องค์กรโค - กระบือ บ้านหนองผือ
- องค์กรกลุ่มคืนควายสู่นา
- องค์กรกลุ่มองค์กรควาย - วัว บ้านหนองหลัก
- องค์กรกลุ่มคืนควายสู่ทุ่ง บ้านหนองขุ่น
- องค์กรเลี้ยงควายเพื่ออนุรักษ์ บ้านปากน้ำ
- องค์กรกลุ่มอนุรักษ์ควาย บ้านหนองหลวง
- องค์กรกลุ่มกองทุนธนาคารโค - กระบือ เกษตรนาโพธิ์กลาง
- องค์กรโครงการควายพระราชทานคืนทุ่ง
- องค์กรเครือข่ายกลุ่มพัฒนาควาย - วัว บ้ายหนองเสือ

สนับสนุนโดย
[ SIF ]
สำนักงานกองทุนเพื่อสังคม
ธนาคารออมสิน เขต ๔  ภาค ๖ จังหวัดอุบลราชธานี

        สหเครือจข่ายควาย-วัว จังหวัดอุบลราชธานีเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้เลี้ยงควาย - วัว จำนวน 15 กลุ่ม ไดัเล็งเห็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นในการใช้แรงงานของควาย - วัว ในการดำเนินการผลิต ทำให้ลดต้นทุนได้ จึงได้เกิดความร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเลี้ยงและการพัฒนา รวมทั้งการพัฒนาการจัดการองค์กรของกลุ่มผู้เลี้ยงควาย - วัว ซึ่งผลงานที่ผ่านมา คือ การจัดการให้มีการพบปะกันอยู่เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
        สหเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี ได้ประสบกับปัญหาในการจัดกิจกรรมร่วมกัน เพื่อพัฒนาการจัดการขององค์กรให้ดีขึ้น เพื่อที่จะนำข้อเสนอต่างๆ ที่ได้จากการประชุมพบปะเสนอเป็นทางออก ทางเลือกให้กับเกษตรกร จึงได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อไปดำเนินงานขององค์กรเครือข่ายให้เกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณในวงเงินจำนวน 222,760 บาท

    กิจกรรมหลัก
1. การประชุมคณะทำงาน
2. ลงแขกดำนา
3. ลงแขกเกี่ยวกับ
4. กิจกรรมบุญคูนลาน
5. ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ
6. สรุปบทเรียน
              รวม
37,000 บาท
20,200 บาท
20,200 บาท
85,000 บาท
20,360 บาท
40,000 บาท
222,760 บาท
 
         คณะกรรมการการบริหารโครงการ ของสหเครือข่ายควาย - วัว จ. อุบลราชธานี เป็นตัวแทนที่มาจากทั้ง 15 องค์กร ร่วมกันบริหารโครงการ มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันไป คือ
ที่ปรึกษา


1. นายนิกร               วีสเพ็ญ
2. นายคำพอง           เทพาตำ
3. นายสุนัน              ภวะวิจารณ์
 
คณะกรรมการบริหารโครงการ
 

1. นายคำพวง           ทัดเทียม
2. นายเตรียม            อบสุข
3. นายกระแสร์          วรรณุรักษ์
4. นางเยาวเรศ          ภวะวิจารณ์
5. นายประมวล          พิมพ์ทอง
6. นายสมชาย            ศรีภารา
7.นายสมบูรณ์            มุขธรรม
8. นายสวาท              ธรรมสัตย์
9. นายหนูกร              ป้องสิงห์
10. นายคำหล้า           คำศรี
11. นายลุน                ธรรมวัติ
12.นายสงวนศักดิ์        ไชยโพธิ์
13. นางจิตรา             อุตอามาตย์
14. นายจิโรจน์           หิรัญประภา
15.นายสมพงษ์           สมาทอง

ประธานบริหารโครงการ
รองประธาน
เลขานุการ
เหรัญญิก
กรรมการ/ประชาสัมพันธ์
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ

ผู้ประงานเครือข่าย

1. นางสาววิจิตรา          สังสกุล
2. นางสาวสุรีพร           ชินวงศ์
ศูนย์ประสานงานเครือข่ายควาย - วัว
บ้านสว่าง ต.โนนกาเล็น อ. สำโรง จ. อุบลราชธานี โทรศัพท์ 06-0415227
ระเบียบเครือข่ายควาย - วัว จ. อุบลราชธาน

หลักและเหตุผล
          จากสภาพปัญหาในปัจจุบัน จำนวนควาย - วัว ได้ลดจำนวนลงเป็นจำนวนมาก จนเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานสัตว์ อันเป็นการลดต้นทุนการผลิตของภาคการเกษตร และยังทำให้ขาดความสมดุลทางชีวภาพ ที่ดินที่เคยสมบูรณ์กลับเสื่อมสลายกลายเป็นดินเสื่อมโทรม ป่าไม้ที่เคยอุดมสมบูรณ์ที่เคยเป็นที่เลี้ยงสัตว์กลับถูกทำลายล้าง เพื่อให้ได้มาซึ่งพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มมากขึ้น
          แรงงานภาคการเกษตรในอดีตกลับถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นเพื่อการขาย เป็นการลงทุนเพื่อต้องการผลกำไรมากกว่าการทำเพื่อดำรงชีวิต บนคำขวัญที่ว่า "เงินคือพระเจ้า" ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป สัตว์เลี้ยงที่เตยถูกใช้แรงงานต้องถูกซื้อ - ขายเพื่อเป็นอาหารและใช้หนี้ แรงงานที่เตยช่วยเหลือกันกับต้องเงินเป็นตัวตั้ง
          การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการประสานความคิดที่จะร่วมแก้ไขปัญหากลับเป็นปัจเจกชน ไม่มีคำว่าเอื้ออาทร เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันและกัน แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เพื่อ่ความอยู่รอดของตนเอง
          เครือข่ายควาย - วัวในวันนี้ ได้ร่วมพลังกันก่อรูปเป็นองค์กรเครือข่ายในนาม " เครือข่ายควาย - วัว จ. อุบลราชธานี " โดยพร้อมที่ร่วมกันก้าวเดินไปข้างหน้าที่มีเป้าหมายอันหนึ่งอันเดียวกัน

บททั่วไป

ข้อ 1. ระเบียบเรียกว่า " ระเบียบเครือข่ายควาย - วัว จ.อุบลราชธานี "
ข้อ 2. ระเบียบนี้ใช้ได้กับ " เครือข่ายควาย - วัว จ.อุบลราชธานี "
ข้อ 3. ให้มีสำนักงานใหญ่ ตามที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 4. "กลุ่ม" หมายถึง กลุ่มหรือองค์กรที่รวมเป็นเครือข่ายควาย - วัว จ.อุบลราชธานี
ข้อ 5. "กรรมการ " หมายถึง กรรมการกลุ่มหรือองค์กรที่เป็นเครือข่ายควาย - วัว จ.อุบลราชธานี
ข้อ 6. "สมาชิก" หมายถึงสมาชิกที่อยู่ในกลุ่ม
ข้อ 7. "คณะกรรมการบริหาร" หมายถึง กรรมการบริหารเครือข่ายควาย - วัว จ.อุบลราชธานี
ข้อ 8. "ประธาน " หมายถึง ประธานคณะกรรมการกลุ่ม

วัตถุประสงค์

ข้อ 9. เครือข่ายควาย - วัว จ.อุบลราชธานีมีวัตถุประสงค์ดังนี้
        9.1 เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูวิถีชีวิตชุมชนที่พึงพาตัวเอง
        9.2 เพื่อการสืบค้นภูมิปัญญาการเลี้ยงควาย - วัวพื้นบ้าน
        9.3 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแสวงหาทิศทางการอนุรักษ์ และพัฒนาสายพันธุ์ควาย - วัว พื้นบ้าน โดยวิธีธรรมชาติ
        9.4 เพื่อสร้างเครือข่ายควาย - วัว ให้สอดรับกับวิถีชุมชนและยั่งยืน
        9.5 เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของเครือข่าย

สมาชิกภาพ

ข้อ 10. เครือข่ายควาย - วัว มีสมาชิกอยู่ 1 ประเภท
ข้อ 11. การเป็นสมาชิกสามัญ
        11.1 ต้องเป็นสมาชิกของกลุ่มที่อยู่ในเครือข่าย
        11.2 เกษตรกรที่มีความประสงค์สมัครเป็นสมาชิกสามัญกลุ่ม ให้ยื่นใบสมัครตามที่กรรมการกำหนด ต่อคณะกรรมการกลุ่มที่อยู่ใกล้เคียง
โดยมีสมาชิกสามัญรับรอง 2 คน
        กรรมการผู้รับใบสมัคร เสนอรายชื่อผู้สมัครตรวจวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการกลุ่มพื้นที่นั้นๆ ในวาระการประชุมต่อไป เพื่อให้คณะกรรมการมีมติรับหรือไม่รับด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ถ้ารับให้คณะกรรมการกลุ่มพื้นที่นั้นๆ นำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อขึ้นทะเบียนต่อไป

กรรมการกำหนด

ข้อ 12. " สมาชิกสามัญ " คือ บุคคลทั่วไปที่ประสงค์สมัครเป็นสมาชิกสามัญเครือข่าย โดยยื่นแบบตามข้อ 11
ข้อ 13. คุณสมบัติของสมาชิก
         13.1 เป็นผู้ที่มุ่งมั่นเพื่อการพัฒนาตนเองและเครือข่าย
         13.2 มีความศรัทธาต่อแนวทางของเครือข่าย
ข้อ 14. สิทธิและหน้าที่
สิทธิและหน้าที่
         14.1 เข้าร่วมประชุมและเสนอความเห็นในการประชุมใหญ่ของเครือข่ายด้วยตนเอง สมาชิกเท่านั้นมีสิทธิออกเสียงคะแนน สมาชิกหนึ่งคนลงคะแนนได้หนึ่งเสียง
         14.2 สมาชิกมีสิทธิเลือกตั้งและรับเลือกตั้งตามระเบียบเครือข่ายหน้าที่ของสมาชิก
         14.3 ให้ความร่วมมือ เข้าร่วมประชุมและกิจกรรมของเครือข่าย
         14.4 ปกป้อง รักษาเกียรติภูมิ และปฏิบัติตามระเบียบโดยเคร่งครัด
ข้อ 15. การขาดจากสมาขิก
         15.1 ตายหรือลาออก
         15.2 กรรมการกลุ่มมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสามในสี่
         15.3 ไม่ปฏิบัติตามข้อ 14.3 , 14.4

คณะกรรมการ
ข้อ 16. ให้มีคณะกรรมการเครือข่ายดังนี้
        16.1 ให้มีคณะกรรมการกลุ่มพื้นที่ มาจากประธานกลุ่มหรือตัวแทนกลุ่มอย่างน้อยกลุ่มละหนึ่งคน และส่งรายชื่อเข้าเป็นคณะกรรมการเครือข่ายรวมกันไม่น้อยกว่า 15 คน
        16.2 ให้มีคณะกรรมการบริหารเครือข่าย จำนวรไม่น้อยกว่า 7 คน มาจากคณะกรรมการเครือข่าย
    
     ให้คณะกรรมการบริหารเครือข่าย เลือกคณะกรรมการหนึ่งคน ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการเครือข่าย กรรมการทุกคนอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี สามารถเป็นติดต่อกันได้ เมื่อได้รับเลือก

ข้อ 17. กรรมการทุกระดับต้องไม่คุณสมบัติต้องห้าม ดังนี้
         17.1 เป็นบุคคลวิกลจริต ติดยาเสพติด
         17.2 เคยจำคุกในคดึเกี่ยวกับการเงิน
         17.3 ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ข้อ 18. กรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
         18.1 กรรมการกลุ่มพื้นที่ รับฟังความคิดเห็นร่วมแก้ปัญหากลุ่มสมาชิก ภายใต้กรอบนโยบายของ เครือข่ายและถ่ายทอดมติให้สมาชิกรับทราบ
         18.2 คณะกรรมการบริหาร รับฟังความคิดเห็นและร่วมปัญหากับกลุ่มพื้นที่ และกำหนดนโยบาย วางแผนงาน ภายใต้กรอบของเครือข่าย และถ่ายทอดมติคณะกรรมการบริหารถึงกรรมการกลุ่มพื้นที่อย่างรับผิดชอบ
         คณะกรรมการระดับต่างๆ ให้มีการประชุมกันอย่างน้อย 3 เดือนต่อ 1 ครั้ง
การเงิน

ข้อ 19. เงินและรายได้ของเครือช่าย มีที่มาดังนี้
        19.1 การจัดหารายได้ของเครือข่าย
        19.2 จากการจัดสรรของรัฐบาล
        19.3 การบริจาคจาดบุคคลทั่วไป
ข้อ 20. รายได้ที่เป็นเงินของเครือข่าย ให้นำฝากโดยเปิดบัญขีธนาคาร ในนามที่คณะบุคคลที่คณะกรรมการบริหาร มีมติให้ดำเนินการ
ข้อ 21. ให้คณะกรรมการกำหนดระเบียบบัญชี การเงิน ให้มีผลบังคับใช้กับสำนักงานทุกระดับ
ข้อ 22. ให้ปีบัญชีของเครือข่าย สิ้นสุดในวันที่ 30 เดือนธันวาคมของทุกปี
คณะกรรมการบริหารเครือข่ายต้องเสนอรายงานการเงิน บัญชี งบดุล ซึ่งผ่านการตรวจสอบแล้วต่อการประชุมกรรมการบริหารในครั้งถัดไป

บทเฉพาะกาล
 
ข้อ 23. กลุ่มพื้นที่และเครือข่าขควาย - วัว ซึ่งรวมกันก่อนประกาศใช้ระเบียบนี้ ให้ปรับตามความเป็นจริงไปก่อน จนกว่าจะมีการประชุมในครั้งแรกของปีถัดไป
ประกาศใช้ ณ วันที่ 1 เดือน เมษายน พ.ศ. 2545
คำพวง       ทัดเทียม                           
(นายคำพวง        ทัดเทียม )                     
ประธานบริหารเครือข่ายควาย - วัว จ.อุบลราขธานี    

 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อองค์กรกองทุนสงเคราะห์โค - กระบือ เมตตาธรรมวัดป่าไทรงาม
อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี

ประวัติความเป็นมา
      เมื่อ พ.ศ. 2534 มีผู้ซื้อกระบือซึ่งตายจากการถูกฆ่า มาถวายวัดป่าไทรงามจำนวน 2 ตัว แม่และลูก พระคุณเจ้าจึงนำกระบือดังกล่าวไปให้เกษตรกรผู้ยากไร้ แต่มีคุณธรรมจริยธรรมเลี้ยง ปีหลังมีผู้เห็นเป็นที่ดีจึงขอทำบุญไถ่ถอนชีวิตมากขึ้น ทางวัดจึงประชุมกรรมการวัดร่วมกันร่างกฎ - กติกา ตั้งระเบียบของกองทุนขึ้น และดำเนินการนำเงินที่มีผู้บริจาค ไปซื้อกระบือส่วนมากเป็นเพศเมีย มาบให้เกษตรกรตามหมู่บ้านต่างๆในหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียง โดยทำพิธีมอบทุกปีในที่ 1 มกราคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติธรรมของวัด กองทุนได้เตืบโตขึ้นมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีกระบือที่ต้องดูแล และถูกไถ่ถอนชีวิตมอบให้เกษตรกรไปเลี้ยงแล้ว 200 กว่าตัว
       ปี พ.ศ. 2544 ส่วนหนึ่งของคณะกรรมการได้มีโอกาสรู้จักกองทุนเพื่อสังคม ( ซิฟ ) ที่โรงเรียนทุ่งเทิงวิทยา จึงได้ทดลองเขียนโครงการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อสังคม เมื่อโครงการผ่านได้อนุมัติเงินสนับสนุนเป็นเงิน 120,000 บาท ( หนึ่งแสนสองหมื่นบาท ) คณะกรรมการจึงจัดสรรเงินซื้อกระบือ โดยทางวัดออกสมทบได้ 12 ตัว ทั้งหมดอาศัยกฎ - กติกาและระเบียบของกองทุนวัด ซึ่งก่อตั้งก่อนแล้ว แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเพื่อความเหมาะสม แต่ต้องอยู่ใตความดเห็นของคณะกรรมการเป็นหลัก

รายชื่อคณะกรรมการ
 
1. นายสงวนศักดิ์    ไชยโพธิ์
2. นายประจญ       โสมชาลี
3. นายเชวงศักดิ์     ขอร่ม
4. นายสำลี            เสนาสันต์
5. นายทองอินทร์    มุสิถาวร
6. นางโสภา          เฟื่องทอง
7. นางเพทาย        เกษียร
8. นายอังกูล          เพ็งธรรม
9. นางสุปราณี       มากนวล
10. นายสำอาง      ทองพูล

ประธานกรรมการ
ฝ่ายตรวจสอบ
ฝ่ายตรวจสอบ
ฝ่ายจัดซื้อ
ฝ่ายจัดซื้อ
กรรมการ
กรรมการ
เหรัญญิก
เหรัญญิก
เหรัญญิก

การถักทอเครือข่ายของกองทุน
        - ฝ่ายรัฐได้เชิญนายอำเภอเดชอุดม เป็นที่ปรึกษาเพื่อรับทราบปัญหาการทำงาน และของการสนับสนุนในด้านต่างๆ และประสานไปยังปศุสัตว์อำเภอ เพื่อทำทะเบียนสัตว์ การรักษาสัตว์ และขอคำชี้นำในการดำเนินงานด้านต่างๆ รวมทั้งเกษตรอำเภอ สัตวแพทย์อำเภอ ให้ร่วมคณะกรรมการบริหารด้วย
        - ฝ่ายชายบ้าน ได้กระจายโค - กระบือ ไปหมู่บ้านต่างๆ โดยให้หมู่บ้านนั้นตั้งอนุคณะกรรมการช่วยดูแล โดยอาศัยกติกาของวัด

จุดอ่อน - จุดแข็งของกองทุน
         จุดอ่อน เนื่องจากกองทุนกระจายไปยังหลายตำบล และหมู่บ้าน การดูแลจะยากขึ้นเป็นลำดับ และปัญหาสังคมของชาวบ้านในปัจจุบัน การติดยาเสพติด ก็ดี การพนัน ก็ดี หากผู้รับไปเลี้ยงไปพัวพันกับปัญหาดังกล่าว ย่อมกระทบกระเทือนต่อสัตว์อย่างแน่นอน ซึ่งตามกติกาหากสืบทราบชัดเจนจะต้องยึดกระบือกลับคืนกองทุน ซึ่งปัจจุบันมีปัญหานี้เกิดขึ้นกับกองทุยบ้างแล้ว
         จุดแข็ง เนื่องจากกองทุนเป็นวัด ศูนย์ร่วมอยู่ที่พระคุณเจ้า เฉพาะอย่างยิ่งเจ้าอาวาสที่เคร่งในข้อวัตรปฏิบัติ คณะกรรมการส่วนมากทำงานเพราะศรัทธาในพระศาสนา ปัญหาต่างๆ จึงบรรเทาได้ง่าย

รายชื่อสัตว์และประวัติผู้เลี้ยง
ทะเบียนประวัติ ผู้รับโค - กระบือ

ตัวที่ 1
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางบุญสวน      ล่ำสัน
อยู่บ้านเลขที่ 140 หมู่ 4 ตำบลคำครั่ง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มเลี้ยงวันที่ 1 มกราคม 2545
3.ลักษณะควาย - วัว เพศ เมีย สีดำ เขาสั้น อายุประมาณ 1ปี 2 เดือน
ตัวที่ 2
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางคำประมวล      ผันกลาง
อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 4 ตำบลคำครั่ง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มเลี้ยงวันที่ 1 มกราคม 2545
3.ลักษณะควาย - วัว เพศ เมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 2 ปี
ตัวที่ 3
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายสุดใจ      วงษ์ใหญ่
อยู่บ้านเลขที่ 133 หมู่ 9 ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี

2.เริ่มเลี้ยงวันที่ 1 มกราคม 2545
3.ลักษณะควาย - วัว เพศ เมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 2 ปี
ตัวที่ 4
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายแดง      ราชา
อยู่บ้านเลขที่ 157 หมู่ 4 ตำบลโพนงาม อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี

2.เริ่มเลี้ยงวันที่ 1 มกราคม 2545
3.ลักษณะควาย - วัว เพศ เมีย สีดำ เขาสั้น อายุประมาณ 2 ปี
ตัวที่ 5
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายประดิษฐ์      สาวินา
อยู่บ้านเลขที่ 168 หมู่ 6 ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มเลี้ยงวันที่ 1 มกราคม 2545
3.ลักษณะควาย - วัว เพศ เมีย สีดำ เขาสั้น อายุประมาณ 2 ปี
ตัวที่ 6
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายจารุวัตร      วัฒน์ราษฎร์
อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ 1 ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มเลี้ยงวันที่ 1 มกราคม 2545
3.ลักษณะควาย - วัว เพศ เมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 2 ปี
ตัวที่ 7
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายปัญจา      ปัสนา
อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 27 ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มเลี้ยงวันที่ 1 มกราคม 2545
3.ลักษณะควาย - วัว เพศ เมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 2 ปี
ตัวที่ 8
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายกุศล      สีเข้ม
อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ 2 ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มเลี้ยงวันที่ 1 มกราคม 2545
3.ลักษณะควาย - วัว เพศ เมีย สีดำ เขาสั้น อายุประมาณ 2 ปี
ตัวที่ 9
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายประเสริฐ      เจริญ
อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 2 ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มเลี้ยงวันที่ 1 มกราคม 2545
3.ลักษณะควาย - วัว เพศ เมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 2 ปี
ตัวที่ 10
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายบุญเรือง      พละโย
อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 23 ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มเลี้ยงวันที่ 1 มกราคม 2545
3.ลักษณะควาย - วัว เพศ เมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 2 ปี
ตัวที่ 11
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายทองอินทร์      มุสิถาวร
อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 11ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มเลี้ยงวันที่ 1 มกราคม 2545
3.ลักษณะควาย - วัว เพศ เมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 2 ปี

 


องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุยบลราชธานี
ชื่อองค์กรกลุ่มผู้เลี้ยงควาย - วัว บ้านทุ่งเจริญ ตำบลทุ่งเทิง
อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธาน

ที่ทำการกลุ่มตั้งอยู่ที่
       บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 12 บ้านทุ่งเจริญ ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี

ประวัติความเป็นมา
            กลุ่มผู้เลี้ยงควาย - วัว ตำบบทุ่งเทิง ก่อตั้งประมาณปี พ.ศ. 2541 เนื่องจากในขณะนั้นได้มีกลุ่มพ่อค้าคนกลางออกตระเวนหาซื้อควาย - วัว ตามหมู่บ้านต่างๆ ในตำบลทุ่งเทิง โดยชาวบ้านถูกกลุ่มพ่อค้าเอาเปรียบด้านราคา และชาวบ้านก็ได้ขายควาย - วัว ไปจนเกือบจะหมดไปจากหมู่บ้าน และระบบนิเวศน์ต่างๆ ในชุมชนเริ่มเปลี่ยนไป จึงมีการพูดคุยกันและรวมตัวกันขึ้นรตั้งเป็นกลุ่ม ชื่อ " กลุ่มผู้ควาย - วัว ตำบลทุ่งเทิง " โดยมีวัตถุประสงค์ว่า จะในเชิงอนุรักษ์ เพื่อให้ควาย - วัว ได้กลับคืนสู่ท้องนาเหมือนเดิม เริ่มแรกก่อตั้งกลุ่มมีสมาชิกประมาณ 15 คน และได้เปิดรับสมาชิกเพิ่มขึ้นมาตลอด จนปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 56 คน

รายชื่อคณะกรรมการบริหารโครงการ
        1. นายสมชาย     ศรีภารา     
        2. นายที     กัญญาสาย    
        3. นายบุญทอง     กลมวันดี     
        4. นายจันทร์     สุบัวผา     
        5. นายเพชร     วิลาวรรณ     
        6. นายบัวสี     กัญญาสาย     
        7. นายสมศรี     วงษาทุม     
        8. นายวรจิตร     ปรัสพันธ์     
        9.นายโสภา     มะคาวา     

ประธาน
รองประธาน
เลขานุการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ

วัตถุประสงค์
        1. เพื่ออนุรักษ์ไม่ให้สูญพันธุ์
        2. เพื่อให้ชุมชนพึ่งพาตัวเองได้
        3. เพื่อใข้แรงงาน ใข้ประโยชน์จากมูลสัตว์เป็นปุ๋ย
        4. เพื่อขยายโอกาสให้กับชุมชน
        5. ผลพลอยได้ คือ กำจัดวัชพืช

แผนคืนทุน
       1. เปิดโอกาสให้กับสมาชิกได้มีส่วนร่วมได้เลี้ยงควายทุกคน
       2. จัดสวัสดิการสังคมแก่ผู้ด้อยโอกาส เช่น ร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ วันแม่แห่งชาติ ทำบุญตักบาตร

ทะเบียนประวัติ กลุ่มผู้เลี้ยงควาย - วัว ตำบลทุ่งเทิง

ตัวที่ 1
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายที     กัญญาสาย อายุ 50 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 205 หมู่ 12 ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มเลี้ยง เมื่อวันที่ 27 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อ อีกอม เพศเมีย สีดำ อายุประมาณ 3 ปีกว่า ซื้อมาราคา14,500 บาท
ตัวที่ 2
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายจันทร์     สุบัวผา อายุ 54 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 1 ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มเลี้ยง เมื่อวันที่ 10 เดือน กันยายน พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อ บุญค้ำ เพศเมีย สีดำ อายุประมาณ 4 ปี ซื้อมาราคา 14,000 บาท
ตัวที่ 3
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายบุญทอง     กลมวันดี อายุ 39 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 12 ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มเลี้ยง เมื่อวันที่ 16 เดือน กันยายน พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อ อีดำ เพศเมีย สีดำ อายุประมาณ 3 ปีกว่า ซื้อมาราคา 13,400 บาท
ตัวที่ 4
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายวรจิตร     ปรัสพันธ์ อายุ 39 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 17/1 หมู่ 1 ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มเลี้ยง เมื่อวันที่ 29 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อบุญหลาย เพศเมีย สีดำ อายุประมาณ 3 ปีกว่า ซื้อมาราคา 13,500 บาท
4. ตกลูกตัวที่ 1 เมื่อวันที่ 14 เดือน ธันวาคม พ. ศ. 2544 เพศเมีย ชื่อ ดอกแก้ว
ตัวที่ 5
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายโสภา     มะคาวา อายุ 39 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 1 ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มเลี้ยง เมื่อวันที่ 2 เดือน กันยายน พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อ บุญยู้ เพศเมีย สีดำ อายุประมาณ 3 ปีกว่า ซื้อมาราคา 13,100 บาท
ตัวที่ 6
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายสมขาย     ศรีภารา อายุ 39 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 1 ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มเลี้ยง เมื่อวันที่ 20 เดือน มกราคม พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อ พาโชค เพศเมีย สีดำ อายุประมาณ 3 ปีกว่า ซื้อมาราคา 15,800 บาท
ตัวที่ 7
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายบัวสี     กัญญาสาย อายุ 54 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 206 หมู่ 1 ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มเลี้ยง เมื่อวันที่ 20 เดือน กันยายน พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อสมรักษ์ เพศเมีย สีดำ อายุประมาณ 3 ปีกว่า ซื้อมาราคา 16,500 บาท

การถักทอเครือข่าย
ระหว่างกลุ่มหรือเครือข่าย
     1. จัดสัมมนาระหว่างกลุ่มหรือเครือข่ายร่วมกัน
     2. จัดให้มีการทำกิจกรรมร่วมกัน
     3. ร่วมคิด ร่วมแก้ปัญหา สร้างความเข้มแข็งของกลุ่มหรือเครือข่าย
ระหว่างกลุ่มกับภาครัฐ
      1. จัดสัมมนาโดยเชิญตัวแทนภาครัฐ เข้าร่วมสัมมนาหรือเข้าร่วมสังเกตการณ์
      2. จัดทำเอกสารหรือวารสารต่างๆ เกี่ยงกับกลุ่มเพื่อเผยแพร่
สู่ภูมิปัญญาไทย " อาหารไทยปรับธาตุเพื่อสุขภาพ "
สะเดา - น้ำปลาหวาน - ปลาดุกย่าง
           สะเดาเป็นผักพื้นที่มีรสขม ซึ่งคนไทยนิยมรับประทานเป็นผัก คนไทยชอบรับประทานดอกสะเดาในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากมีความเชื่อว่า การกินสะเดาก่อนเป็นไข้จะเป็นการป้องกัน แต่ถ้ากินเมื่อเป็นไข้แล้ว จะสามารถรักษาให้หายได้ การเป็นไข้ในช่วงนี้โบราณเรียกว่า " ไข้หัวลม " การรับประทานดอกสะเดานั้น คนภาคกลางนิยมรับประทานกับน้ำปลาหวานและปลาดุกย่าง เนื่องจากรสหวานของน้ำปลาจะช่วยกลบรสขมของสะเดาได้ จึงทำให้รู้สึกว่ารสชาติกลมกล่อม ( อร่อย ) เจริญอาหารยิ่งขึ้น ( คนอีสานนิยมรับประทานกับน้ำพริก , ลาบ , ก้อย )
เครื่องปรุงปลาดุกย่าง
       1. ปลาดุกอุย
       2. น้ำมันพืชสำหรับทา
วิธีทำ
        ย่างปลาดุกอุยทั้งตัว โดยใช้ไฟอ่อน พอหนังปลาแห้งให้ทาน้ำมันพืชไปด้วย ทำอย่างไปเรื่อยๆ จนกว่าปลาสุกดี

เครื่องปรุงน้ำปลาหวาน
        1. น้ำตาลปี๊บ
        2. น้ำมะขามเปียกข้นๆ
        3. น้ำปลาอย่างดี
        4. หอมแดงเจียว
        5. กระเทียมเจียว
        6. พริกขี้หนูแห้งหั่นบางๆ ทอดกรอช
        7. ดอกสะเดาอ่อน

ขั้นตอนการทำ
          - เจียวหอมแดง กระเทียม และทอดพริกพักเอาไว้ นำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บและน้ำปลา ใส่ขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเข้ากันดี ใส่หอมแดงเจียว กระเทียมเจียว ชิมรสดู ให้มีรสหวานนำ
          - ต้มน้ำลวกดอกสะเดา
          - ตั้งโต๊ะรับประทาน
สรรพคุณทางยา
         1. ดอกสะเดารสขมจัด ช่วยเจริญอาหาร แก้ไข้ลม บำรุงธาตุไฟและธาตุน้ำ
         2. น้ำมะขามเปียก รสเปรี้ยว ขับเสมหะในลำไส้ แก้ไอ แก้ท้องผูก บำรุงธาตุน้ำ
         3. หอมแดงรสเผ็ดร้อน แก้ไข้เพื่อขับเสมหะ แก้โรคในปาก แก้ไข้หวัด บำรุงธาตุลม
         4. กระเทียมรสเผ็ดร้อน ขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร แก้โรคผิวหนัง น้ำมันกระเทียม มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อรา แบคทีเรียและไวรัส ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในหลอดเลือด ลดการอักเสบและไล่แมลง บำรุงธาตุลม
         5.พริกแห้ง รสเผ็ด ช่วยเจริญอาหาร ขับลม ช่วยย่อย บำรุงธาตุลม
คุณค่าทางโภชนาการ
      สะเดา - น้ำปลาหวาน - ปลาดุกย่าง 1 ชุด ให้พลังงานต่อร่างกาย 1,938 กิโลแคลอรี ซึ่งประกอบไปด้วย น้ำ , โปรตีน , ไขมัน , คาร์โบไฮเดรต , กากใยอาหาร , เถ้า , แคลเซียม , ฟอสฟอรัส , เหล็ก , เรตินอล , เบต้าแคโรทีน , วิตามินบี 1, วิตามินบี 2 , วิตามินเอ , ไนอาซิน , วิตามินซี
เอกสารอ้างอิง
         คัดลอกจากสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

 


 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อองค์กรกลุ่มเลี้ยงควาย - วัว บ้านสว่าง
ต.โนนกาเล็น อ. สำโรง จ.อุบลราขธานี

ประวัติการเลี้ยงควาย - วัว
      เมื่อ พ.ศ. 2538 มีโครงการเลี้ยงวัวในหมู่บ้าน โดยทางอำเภอสำโรง มีโครงการเลี้ยงวัว จำนวนคนละ 2 ตัว จึงได้มีการประชุมกันขึ้น มีข้อบังคับ มีกฎ - กติกาให้ส่งดอกและต้น 15 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นผู้รับผิดชอบ ทางการเงินเบิกที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จ่ายคืนที่ธนาคาร ทุกวันนี้สมาชิกอยู่ 20 คน แต่มีวัวจริงๆ 3 คน เพราะว่าขายใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร บ้างก็เลี้ยงแล้วไม่มีลูก และไม่ได้ใช้แรงงาน
      เมื่อปี พ.ศ. 2544ได้โครงการของกองทุนชุมชน จึงได้ทำโครงการควายคืนนาปริญญาคืนทุ่ง ได้ขอควาย - วัว วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2544 ได้รับงบประมาณสนับสนุน 90,000 บาท ซื้อควายให้สมาชิกเลี้ยง 7 ตัว ได้เกิดลูก 2 ตัว ทำชุมชนพอใจเป็นอย่างมาก และมีความต้องการอีก แต่ยังงบประมาณสนับสนุน ในโครงการนี้ มีระเบียบว่า เลี้ยงได้ลูกเอาลูก แล้วส่งแม่พันธุ์ให้คนอื่นเลี้ยงต่อไป เมื่อแม่พันธุ์แก่ก็จะขายในนามคณะกรรมการ ซื้อตัวใหม่มาแทน และให้ชุมชนในหมู่บ้านสว่างสมัครเป็นสมาชิกรอรับควายต่อไป
ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 21 คน

รายชื่อคณะกรรมการบริหารโครงการ
       1. นายคำพวง     ทัดเทียม
       2. นายผัน     พรมมี
       3. นายสำราญ     เพตเสน
       4. นายหงษ์ทอง     เพตเสน
       5. นายพุฒธา     บุสภาค
       6. นายสรวย     ปุณประวัติ
       7. นายสมนึก     ปุณประวัติ
       8. นายบุญช่วย  ปุณประวัติ
       9.นายหวาย      ผาแก้ว

ประธาน
รองประธาน
เหรัญญิก
เลขานุการ
ปฏิคม
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
โรงเรียนในเครือข่ายองค์กรกลุ่มเลี้ยงควาย - วัว บ้านสว่าง
โดย นายคำพวง     ทัดเทียม โทร. 06 - 015227
ที่
โรงเรียน
ตำบล
อำเภอ
1
บ้านบุ่ง
บุ่ง
สำโรง
2
บ้านโพนงาม
โพนงาม
สำโรง
3
บ้านหนองผือ โพนงาม สำโรง
4
บ้านสว่าง ( สว่างวิทยาคม )
สว่างศรีสมบัติ
สำโรง
5
บ้านเปือย
เปือย
สำโรง
6
บ้านโพนเมือง
โพนเมือง
สำโรง

ทะเบียนประวัติ ผู้รับโค - กระบือ

ตัวที่ 1
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางแพง ทัดเทียม
    อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 2 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3.ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง อายุประมาณ 3 ปี 2 เดือน
ตัวที่ 2
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางบุญมา ผาแก้ว
    อยู่บ้านเลขที่ 161 หมู่ 2 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3.ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง อายุประมาณ 3 ปี 6 เดือน
ตัวที่ 3
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางอนงค์ ปุณประวัติ
    อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 2 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3.ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง อายุประมาณ 4 ปี 5 เดือน
4.ตกลูกตัวที่ 1 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2545 เพศผู้
ตัวที่ 4
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายสรวย ปุณประวัติ
    อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 2 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3.ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง อายุประมาณ 4 ปี 6 เดือน
4.ตกลูกตัวที่ 1 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2544 เพศผู้

ตัวที่ 5
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางทองมี พรมมี
    อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 2 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3.ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง อายุประมาณ 3 ปี 4 เดือน
ตัวที่ 6
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางลอน บุสภาค
    อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 2 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2544
3.ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง อายุประมาณ 4 ปี 2 เดือน
ตัวที่ 7
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางบุญล้อม ปุณประวัติ
    อยู่บ้านเลขที่ 162 หมู่ 2 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2.เริ่มวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2544
3.ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง อายุประมาณ 3 ปี 5 เดือน

 


 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อองค์กรกลุ่มเลี้ยงกระบือ บ้านโพนเมือง
ต.โนนกาเล็น อ.สำโรง จ.อุบลราชธาน

ประวัติความเป็นมา
         ตั้งแต่สมัยนายอำเภอประสิทธิ์ พันธ์วิสุต นายอำเภอวารินชำราบ ได้จัดสรรกระบือให้บ้านโพนเมือง โดยนายคำ เจริญทัศน์ แพทย์ประจำตำบลโนนกาเล็น อ.สำโรง
( สมัยนั้นยังขึ้นกับอำเภอวารินชำราบ ) นายอำเภอจัดสรรกระบือให้บ้านโพนเมืองจำนวน 4 ตัว ซึ่งสมัยนั้นการบริหารจัดการของกลุ่มยังไม่โปร่งใสเท่าที่ควร และประชาชนก็ยังไม่มีแนวคิดการรวมกลุ่มเหมือนปัจจุบัน และก็ได้ขายกระบือไปซื้อรถไถนาเดินตาม
         ปัจจุบันนำโดย ประธานนายลุน ธรรมาวัติ ได้จัดตั้งกลุ่มเลี้ยงกระบือขึ้น โดยมีคณะกรรมการบริหารงาน ดังนี้ คือ

คณะกรรมการบริหารงาน
      1. นายลุน          ธรรมาวัติ
      2. นายอุ้ย          ดวงแก้ว
      3. นายณรงค์     กุลบุตรดี
      4. นายมา         จุลทัศน์
      5. นายเสงี่ยม    เหลืองทอง
      6. นายกวี         สาลีอาจ
      7. นายเลี่ยน      บุบุ่น
      8. นายจตุพล     จุลทรรศ์
      9. นางบัวสอน   ปุณประวัติ
    10. นายเชื่อม      ปุณประวัติ
    11. นายอภิวุฒิ     คำแสนราช


ประธาน
รองประธาน
เหรัญญิก
กรรรมการ
กรรรมการ
กรรรมการ
กรรรมการ
กรรรมการ
กรรรมการ
กรรรมการ
กรรรมการ

       วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2544 กลุ่มได้จัดสรรเงินจากสำนักงานกองทุนเพื่อสังคม เป็นจำนวนเงิน 67,500 บาท และได้ไปซื้อกระบือจำนวน 9 ตัว และนำไปแจกจ่ายให้สมาชิก 9 คน
ทะเบียนประวัติ ผู้รับโค - กระบือ
ตัวที่ 1
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายศรีวิไล พรมบุญ
    อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 8 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราขธานี
2. เริ่มเลี้ยงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง
ตัวที่ 2
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางสถาพร ปุณประวัติ
    อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 8 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราขธานี
2. เริ่มเลี้ยงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2545
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย
ตัวที่ 3
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางบัวสอน ปุณประวัติ
    อยู่บ้านเลขที่ 212 หมู่ 8 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราขธานี
2. เริ่มเลี้ยงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย
ตัวที่ 4
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายเชื่อม ปุณประวัติ
    อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 8 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราขธานี
2. เริ่มเลี้ยงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2545
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย
ตัวที่ 5
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายมา ปุณประวัติ
    อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 8 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราขธานี
2. เริ่มเลี้ยงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง
ตัวที่ 6

1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายเสงี่ยม เหลืองทอง
    อยู่บ้านเลขที่ 140หมู่ 8 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราขธานี
2. เริ่มเลี้ยงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง
ตัวที่ 7
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายสี โสภากุ
    อยู่บ้านเลขที่ 81หมู่ 8 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราขธานี
2. เริ่มเลี้ยงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง
ตัวที่ 8
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายอุ้ย ดวงแก้ว
    อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 8 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราขธานี
2. เริ่มเลี้ยงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง
ตัวที่ 9
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางบุญเพชร คำแสนราช
    อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 8 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราขธานี
2. เริ่มเลี้ยงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขากาง อายุประมาณ 2 ปี 5 เดือน

 


 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อองค์กรกลุ่มโค - กระบือ บ้านหนองผือ
ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
ประวัติของกลุ่มโคกระบือ
         บ้านหนองผือได้โครงการเลี้ยงกระบือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เดิมมีมูลนิธิมาสนับสนุนโครงการให้กับสมาชิกในหมู่บ้าน โดยให้เลี้ยงกระบือแม่พันธุ์เพื่อขยายในกลุ่มทุกครัวเรือน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จจึงความล้มเหลว
         จาการบริหารคณะกรรมการชุดมีอยู่จำนวน 5 คน ในตอนนั้นอยู่ ต่อมาทางโครงการกองทุนเพื่อสังคม เข้ามาสนับสนุน จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการมีอยู่ 10 ท่าน ได้บริหารโครงการ เกิดประโยชน์อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นรูปธรรม
         ชาวบ้านกระบือเป็นของตนเอง สามารถใช้แรงงานในการประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างพึงพอใจ ไม่ต้องเสียค่าใชจ่ายมาก สามารถลดต้นทุนในการผลิต นอกจากนั้นยังเป็นการอนุรักษ์สัตว์ไม่ให้สูญพันธุ์
รายชื่อคณะกรรมการมีดังต่อไปนี้
         1. นายคำหล้า     คำศรี
         2. นายจั้ว          แสงสง่า
         3. นายทองดี      คำศรี
         4. นายสาลี        ดวงแก้ว
         5. นายจ่อย        บุสภาค
         6. นายสุนทร     แสวงพันธ์
         7. นายทองแดง วิลาวรรณ
         8. นายพึด         จุลทรรศ์
         9. นายจำนงค์    คำศรี
       10. นายเข็มทอง ปุณประวัติ
ทะเบียนประวัติโค - กระบือ

ตัวที่ 1
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายสุนทร แสวงพันธ์
    อยู่บ้านที่ 49 หมู่ 6 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มวันที่ 9 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 4 ปี
ตัวที่ 2
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายเธวา วิลาวรรณ
    อยู่บ้านที่ 153 หมู่ 6 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มวันที่ 9 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 3 ปี
ตัวที่ 3
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางสุพันธ์ ดวงแก้ว
    อยู่บ้านที่ 173 หมู่ 6 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มวันที่ 27 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 3 ปี
ตัวที่ 4
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางสมนึก คำศรี
    อยู่บ้านที่ 162หมู่ 6 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มวันที่ 27 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 4 ปี
ตัวที่ 5
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายอั้ว แก้วสง่า
    อยู่บ้านที่ 22 หมู่ 6 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มวันที่ 16 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 4 ปี
ตัวที่ 6
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางกองแพง คำศรี
    อยู่บ้านที่ 145 หมู่ 6 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มวันที่ 30 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 5 ปี
4. ตกลูกตัวที่1
ตัวที่ 7
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางแพง คำศรี
    อยู่บ้านที่ 144 หมู่ 6 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มวันที่ 9 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 5 ปี
ตัวที่ 8
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางจิม บุสภาค
    อยู่บ้านที่ 75 หมู่ 6 ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มวันที่ 27 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2544
3. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย สีดำ เขายาว อายุประมาณ 4 ปี

 


 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อองค์กรกลุ่มคืนควายสู่นา ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ
จังหวัดอุบลราชธานี
หลักการและเหตุผล
          ภาพในอดีตที่มาชาวไร่ชาวนามีวิถีชีวิตเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย และมีชีวิตที่มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายและอุดมสมบูรณ์ไม่เดือดร้อนเหมือนชีวิตในปัจจุบัน ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบ ไม่มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น แต่ในสภาพการดำรงชีวิตของชาวไร่ชาวนาปัจจุบันกลับถูกเปลี่ยนไปตามยุคของทุนนิยม ชาวไร่ชาวนาต้องดิ้นร้นต่อสู้กับทุนข้ามชาติที่เข้ามาเอารัดเอาเปรัยบมากขึ้น ทำให้การดำรงชีวิตถูกกำหนดชะตากรรม โดยผู้ที่เราเรียกว่า "ยุคโลกาภิวัฒน์ " วิถีการดำรงชีวิตถูกกำหนดด้วยเงินตรา การที่จะได้ต้องซื้อต้องขาย และการกู้ทรัพย์ สินค้าที่มีอยู่ต้องจำนองจำนำ เพื่อเป็นเงินตรา ไร่นา วัว - ควาย หดหายไปจากท้องทุ่ง แหล่งอาหารที่เคยสมบูรณ์ก็ลดลงไปเรื่อยๆ วิถีการดำรงชีวิตของคนในปัจจุบันต้องโยกย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองที่มีความเจริญ เพื่อใช้แรงงานกลับทำให้เขาโขลกสับ ดูถูกเหยียดหยามว่าชาวไร่ชาวนาไมีมันสมอง พวหมันมีแต่แรงงานใช้ทำงาน พวกเขาไม่เตยเลยที่จะมองว่าคนที่ผลิตอาหารเลี้ยงพวกเขา อย่างเกษตรกร ที่ผลิตอาหารเลี้ยงทั้งโลกจะมีบุญคุณ และความศักดิ์เท่ากับพวกเขา มีแค่เข้าหาผลประโยชน์ใส่ตนเอง เข้าเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตการเป็นอยู่ที่เคยเรียบง่าย ไม่ต้องลงทุนมากมาย ในการทำการเกษตรกลับมายัดเหยียดเทคโนโลยีเข้ามาทำลายวัฒนธรรมอันดีงาม และภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวอีสานเข้ามทำลายล้างผลาญไร่นา และวัว - ควายที่เคยมีอยู่ให้หมดไป ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอุปสรรคต่อการที่จะกอบโกยหาผลประโยชน์จากหยาดเหงื่อแรงงานของเกษตรกร พร้อมลูกหลานที่ไม่เตยเลยที่จะเอารัดเอาเปรียบกับสังคม ถึงเวลาแล้วที่เราจะกลับมาฟื้นฟูภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษได้ก่อสร้างมาให้กลับมาอีก ให้คืนมาสู่สังคมของอีสานที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ดังพระราขดำรัสที่ว่าทำการเกษตรที่พอเพียง
คณะกรรมการบริหารโครงการ
      1. นายสม              ทองเดิม
      2. นายพวง            ศรัทธาพันธ์
      3. นายสมพงษ์        สมาทอง
      4. นายธงชัย           บุญทั้งที
      5. นายกัณหา          ราศรี
      6. นายสมัคร           แดงสูงเนิน
      7. นายปั่น              สีไทย
      8. นายพอง            บุญมาก
      9. นายสุระพงษ์       อบสุข

ประธาน
รองประธาน
เลขานุการ
เหรัญญิก
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
คณะกรรมการฝ่ายบัญชี
      1. นายสม       ทองเอิบ
      2. นายพวง     ศรัทธาพันธ์
      3. นายปั่น       สีไทย
คณะกรรมการฝ่ายจัดซื้อ - จัดจ้าง
      1. นายสมพงษ์    สมาทอง
      2. นายพวง        ศรัทธาพันธ์
      3. นายพวง        บูญมาก
คณะกรรมการฝ่ายตรวจสอบ
      1. นายสุระพงษ์ อบสุข
      2. นายสมัคร     แดงสูงเนิน
      3. นายอุดร       แก้วกล้า
          กลุ่มคืนควายสู่นา ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนชุมชนเพื่อสังคม จำนวนเงิน 90,000 บาท ได้จัดซื้อควายแม่พันธุ์จำนวน 6 ตัว โดยวิธีจับสลาก ปัจจุบันมีสมาชิก 30 คน
ทะเบียนประวัติผู้รับโค - กระบือ
ตัวที่ 1
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายปั่น สีไทย อายุ 53 ปี
    อยู่บ้านเลขที่ 186 หมู่ 9 ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ จังอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย น้ำหนัก 330 กิโลกรัม ราคา 14,900 บาท
3.ตกลูกตัวที่ 1 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2544 เพศผู้
ตัวที่ 2
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายพวง ศรัทธาพันธ์ อายุ 62 ปี
    อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 9 ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ จังอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย น้ำหนัก 330 กิโลกรัม ราคา 14,600 บาท
ตัวที่ 3
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นาย กัณหา ราศรี อายุ 52 ปี
    อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ 9 ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ จังอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย น้ำหนัก 350 กิโลกรัม ราคา 16,600 บาท

ตัวที่ 4
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายพอง บุญมาก อายุ 49 ปี
    อยู่บ้านเลขที่ 159 หมู่ 9 ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ จังอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย น้ำหนัก 350 กิโลกรัม ราคา 15,000 บาท

ตัวที่ 5
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายสุระพงษ์ อบสุข อายุ 44 ปี
    อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 4 ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ จังอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย น้ำหนัก 360 กิโลกรัม ราคา 15,000 บาท

ตัวที่ 6
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายสมพงษ์ สมาทอง อายุ 49 ปี
    อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 9 ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ จังอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย น้ำหนัก 340 กิโลกรัม ราคา 13,000 บาท

 


 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อองค์กรกลุ่มองค์กรควาย - วัว หมู่ที่ 9 บ้านหนองหลัก ตำบลเหล่าบก
อำเภอม่วงสามสิบจังหวัดอุบลราชธานี
ประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์
          เดิมเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ ต้องล้มเลิกไป เพราะโครงการสิ้นสุด จึงมาเป็นกลุ่มองค์กรควาย - วัว ตำบลเหล่าบก ซึ่งก่อตั้งเมื่อ วันที่15 มกราคม 2544 มีสมาชิกเริ่มแรก 8 คน และในปัจจุบันนั้นมีสมาชิกทั้งหมด 31 คน คณะกรรมการ 9 คน
ประธานกลุ่ม : นายยม ศรีทอง
ที่ตั้งกลุ่ม : บ้านเลขที่ 139 หมู่ 9 บ้านหนองหลัก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี 34140
จุดยืน : ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของชุมชน ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
อุดมการณ ์ : กลุ่มเข้มแข็ง ชุมชนร่วมด้วย ช่วยอีกแรง ไม่แข่งเด่น เน้นวินัย คุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้
วัตถุประสงค์
       1. เพื่อการอนุรักษ์ควาย - วัวไทย สืบทอดมูลมัง ภูมิปัญญาไทยท้องถิ่น
       2. เพื่อรวมกลุ่มคน เป็นกำหนดอนาคต การจัดการบริหาร พึ่งพาตนเอง ด้วยทุนทางสังคมอย่างเป็นระบบ ตามระบอบประชาธิปไตย
       3. เพื่อเสริมสร้าง การรู้จักสามัคคี ประเพณี วัฒนธรรมของถิ่นเกิด
       4. เพื่อเสริมรายได้ เพิ่มผลผลิต คิดแปรรูป ลดต้นทุนการผลิต กลับมาใช้แรงงานควาย - วัว ตลอดการใช้มูลสัตว์ ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี และสนับสนุนให้มีการออมทรัพย์
คุณสมบัติ
       1. เป็นมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต เข้ากลุ่มด้วยศรัทธา ไม่มีเงื่อนไข
       2. ไม่เกี่ยวกับเสพติดที่ร้ายแรงทุกประเภท
สิทธิ
       1. มีสิทธิ กู้ยืมควาย - วัว เพือการเกษตร หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อการประกอบอาชีพ
       2. ครอบครัวสมาขิก และชุมชน ได้รับสวัสดิการที่กลุ่มจัดสรรให้
การประชุม
        ประชุมอย่างต่ำ 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง และประชุมใหญ่สามัญประจำปีกระทำปีละ 1 ครั้ง
การเงินและทรัพย์สิน
        อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการกลุ่ม
การยืมควาย - วัว กลุ่ม
         ยืมเพื่อผลิตลูก และเพื่อประโยชน์แรงงานประกอบอาชีพเกษตรกรรมเท่านั้น และต้องปฏิบัติ
ดังนี้
        มีคอกที่แข็งแรง สะอาด มีน้ำ - หญ้ากินพอเพียง ไม่ชำแหละจำหน่าย เคลื่อนย้ายหรือให้เช่า
ดอกผลสิทธิประโยชน์
        1. ผุ้ยืมสิทธิที่จะเลือกคืนแม่พันธุ์ควาย - วัว หรือลูกควาย - วัว ก็ได้ ด้วยเหตุการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
        2. ดอกผลที่ได้จากควาย - วัว ตกลูกตัวที่ 1 ให้คืนกลุ่มเมื่อลูกควาย - วัว หย่านมแม่ หรือลูกควาย - วัว มีอายุ 1 ปี และหรือจะเลือกคืนตามข้อ 1 ก็ได้ มีเงื่อนไขว่า ควาย - วัว ที่คืน ต้องเป็นเพศเมียเท่านั้น
        3. ดอกผลที่ได้จากควาย - วัว ตกลูกตัวที่ 1 เป็นเพศผู้ให้คืนทุนเข้ากลุ่มครึ่งหนึ่งของราคาจำหน่ายตามความเป็นจริง อีกครึ่งหนึ่งตกเป็นของผู้ยืม และมีสิทธิเลี้ยงแม่พันธุ์ควาย - วัว ต่อไป จนกว่าจะได้ดอกผลตามข้อ 2 .
        4. ในกรณีแม่พันธุ์ควาย - วัว ตกลูกเป็นเพศผู้ตลอดติดต่อกันถึงตัวที่ 3 ให้จำหน่ายตัวที่ 3 ออกเมื่อถึงเวลาอันสมควร และซื้อควาย - วัวเพศเมียคืนกลุ่ม ไม่ต้องนำข้อความวรรคท้ายข้อ 3. มาใช้ โดยอนุโลม
        5.ดอกผลที่ได้ควาย - วัวตกลูกแต่ละครั้ง ผู้ยืมต้องคืนทุนเข้ากลุ่ม ดังนี้
           5.1 คืนให้กลุ่มเป็นมูลสัตว์ จำนวน 5 กระสอบหัวอาหาร
           5.2 คืนทุนให้กลุ่มเป็นข้าวเปลือก จำนวน 12 กิโลกรัม
หรือทรัพย์สินอื่นตามมติสมาชิก
        6. ในกรณีควาย - วัว แม่พันธุ์เป็นหมัน ให้จำหน่ายออกภายในไม่เกิน 1 ปีกับอีก 6 เดือน และจัดซื้อตัวใหม่มาทดแทนโดยพลัน
        7. ห้ามมิให้ผู้ยืมขาย หรือฆ่าขำแหละควาย ยกเว้นวัว ให้มูลมัง ตกทอดสืบลูกสืบหลาน เว้นมีเหตุจำเป็น แต่ต้องได้รับอนุมัติจากมติเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมสมาชิกก่อน แล้วจัดให้จัดหาควายเพศเมียวัยเจริญพันธุ์มาทดแทน และให้ผู้ยืมเลี้ยงไปจนกว่าควายจะสิ้นอายุขัยตามสภาพ ส่วนดอกผลนอกจากข้อ 2. ถึงข้อ 6. ให้ตกเป็นของผู้ยืม

การจัดสรรด้านสวัสดิการแก่ครอบครัวสมาชิก และผู้ด้อยโอกาสทางสังคมอื่นๆ ในกรณีกลุ่มดำเนินการเกิกผลกำไรให้ปฏิบัติ ดังนี้
        1. เงินให้เปล่า
           1.1 บุคคลในสมาชิกเสียชีวิต
           1.2 เด็ก,คนพิการ, ผู้สูงอายุ , ครอบครัวยากไร้ , ผู้เลิกยาเสพติด และผู้ติดเชื้อเอดส์ที่เปิดเผย อุทกภัย วาตภัย อุคคีภัย
       2. ทุนเพื่อการศึกษา
       3. ทุนกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพสุจริต ปลอดดอกเบี้ย 1 ปี
       4. ทุนกู้ยืมฉุกเฉิน ไม่เกิน 3 เดือน ปลอดดอกเบี้ย

โรงเรียนในเครือข่ายองค์กรกลุ่มองค์กรควาย - วัว หมู่ที่ 9 บ้านหนองหลัก ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ
โดย นายเตรียม อบสุข โทร. 09 - 2855049
               โรงเรียนบ้านหนองหลัก
ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี
ทะเบียนประวัติผู้รับโค - กระบือ
ตัวที่ 1
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางสวาท กาลพันธา
     อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 9 ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบจังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มเลี้ยงเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อ แหลม สีดำ เขากาง
ตัวที่ 2
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางรำไพ อบสุข อายุ 38 ปี
     อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 9 ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบจังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มเลี้ยงเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อ เข่งหล้า สีดำ เขากาง
4. ตกลูกตัวที่ 1 เพศเมีย ชื่อ คูณลาน
ตัวที่ 3
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางศรีจันทร์ ละออเหล่า
2. เริ่มเลี้ยงเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อ อ่อนจันทร์ สีดำ เขากาง
ตัวที่ 4
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางอัมพร ศรีทอง
     อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ 9 ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบจังหวัดอุบลราชธานี
2. เริ่มเลี้ยงเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อ แม่ปุ๋ย สีดำ เขากาง
4. ตกลูกตัวที่ 1 ชื่อ มารวย
ตัวที่ 5
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายสุบรรณ วาจาสัตย์
2. เริ่มเลี้ยงเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อ เข่งขวัญ สีดำ เขากาง
ตัวที่ 6
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายประทิน บรรเทิง
2. เริ่มเลี้ยงเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
3. ควาย - วัว ชื่อ จอมใจ สีดำ เขากาง
4. ตกลูกตัวที่ 1 เพศเมีย ชื่อ คูณลาน

 


 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อองค์กรกลุ่มคืนควายสู่ทุ่ง บ้านหนองขุ่น ตำบลยางโยภาพ
อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี
ประวัติความเป็นมาของกลุ่ม
          เดิมกลุ่มคืนควายสู่ทุ่ง มีสมาชิกเริ่มก่อตั้ง 30 คน มีคณะกรรมการ 7 คน ได้รับควายพระราชทานจากปศุสัตว์อำเภอม่วงสามสิบ จำนวน 3 ตัว จากเดือนมีนาคม พ. ศ. 2537
ปัจจุบันมีควายในโครงการอยู่ 8 ตัว มีสมาชิกที่ร่วมโครงการควายอยู่ 80 คน มีการจัดการบริหารในรูปของกลุ่ม มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรับผิดชอบ มีการจัดตั้งกฎ - ระเบียบ ข้อบังคับภายในกลุ่ม โดยปัจจุบันกลุ่มผู้เลี้ยงวัว เลี้ยงควายหนองขุ่นยังดำเนินการอยู่
แผนการคืนทุน
      1. เมื่อสมาชิกได้นำไปเลี้ยงตกลูกรุ่นที่ 1 สมาชิกยังไม่ต้องคืนกลุ่ม ตกลูกรุ่นมี่ 2 สมาชิกจะต้องคืนทั้งแม่พันธุ์พร้อมลูกรุ่นที่ 2 เพื่อขยายให้กับกลุ่ม
ลูกรุ่นที่ 1 จะเป็นของสมาชิกผู้ที่เลี้ยง กลุ่มจะนำแม่พันธุ์และลูกรุ่นที่ 2 ที่สมาชิกนำมาคืนมาให้ไปกับสมาชิกครอบครัวอื่นต่อไป และจะนำการหมุนเวียนไปเรื่อยๆ
      2. สมาชิกที่ได้ควายไปแล้ว แต่ละปีจะต้องบร้จาคข้าวเปลือกให้กับกลุ่มตามสมควรเป็นการทำบุญ
      3.เมื่อควายหายต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบโดยเร่งด่วน และหาสาเหตุว่าจริงเท็จอย่างไร ถ้าสืบได้ว่าร่วมมือกับผู้ที่ทำความผิด จะต้องชดใช้เงินให้ตามเป็นจริงและแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย
      4. ถ้าเกิดว่าควายตายด้วยเหตุสุดวิสัย ภัยพิบัติไม่เสียเงิน ค่าชดใช้ไดๆ ให้กับกลุ่ม
      5. ห้ามมิให้ทารุณสัตว์ โดยเด็ดขาด
ทะเบียนประวัติผู้รับโค - กระบือ

ตัวที่ 1
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นางทองจันทร์ แก้วสุข
    อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 3 ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย ราคา 14,700 บาท ชื่อ ค้ำคูณ
ตัวที่ 2
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายทอง โคตรหา
    อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 11 ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย ราคา 16,000 บาท ชื่อ นำทอง
ตัวที่ 3
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายชู บุบผากลิ่น
    อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 11 ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย ราคา 14,900 บาท ชื่อ นำโชคคืนทุ่ง
ตัวที่ 4
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายจันทร์แปลง ราศรี
    อยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ 11 ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย ราคา 15,000 บาท ชื่อ อีเลคืนนา
ตัวที่ 5
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายอ้วน ศรีทะลับ
    อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 8 ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย ราคา 15,000 บาท
ตัวที่ 6
1. ผู้เลี้ยงควาย - วัว ชื่อ นายผาด หลักทอง
    อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 3 ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี
2. ลักษณะควาย - วัว เพศเมีย ราคา 15,000 บาท ชื่อ อีนวล

 


 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อองค์กรกลุ่มเลี้ยงควายเพื่ออนุรักษ์
บ้านปากน้ำ หมู่ 3 - หมู่ 10 ตำบลกุดลาด อำเภอเมือง
จังหวัดอุบลราชธานี
กลุ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
มีราษฎรหมู่ 3 - หมู่ 10 เข้าร่วมโครงการ 53 คน

รายชื่อคณะกรรมการ
     1. นายสมบูรณ์       มุขธรรม
     2. นายคำ              มุขธะระพัฒน์
     3. นายหลาย          เบ้างาม
     4. นายเฉลิมศักดิ์     กลิ่นบัว
     5. นางฉวีวรรณ     สาริบุทร์
     6. นางไพจิตต์       บุตรสง่า
     7. นายคำแฝง       ทานะจิตต์
     8. นายวันคร         มุ่งสิน
     9. นายสมพงษ์      ประสานพิมพ์
   10. นายแสวง       บุญเย็น 
   11. นายเกิน         วงศ์ชะอุ่ม
   12. นายมี            ตระวงศ์


ประธาน
รองประธาน
จัดซื้อ - จัดจ้าง
การเงิน
เลขานุการ
เหรัญญิก
ตรวจสอบ
ตรวจสอบ
ทำสัญญา
ทำสัญญา
กรรมการร่วม
กรรมการร่วม
รายชื่อสมาชิกได้รับควายไปเลี้ยง
       1. นายหลาย     เบ้างาม             ราคาควาย 10,000 บาท
       2. นายสมบูรณ์  มุขธรรม           ราคาควาย 12,000 บาท
       3. นายคำแฝง   ทานะจิตต์         ราคาควาย 12,000 บาท
       4. นายคำ        มุขธะระพัฒน์    ราคาควาย 12,000 บาท
       5. นายพุธ       สมจิตตฺ์             ราคาควาย 12,000 บาท
       6. นางชาลี      ทัศศรี              ราคาควาย 12,000 บาท
       7. นางฉวีวรรณ กลิ่นบัว           ราคาควาย    8,000 บาท

 


 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อองค์กรกลุ่มอนุรักษ์ควาย บ้านหนองหลวง
ต. เขมราฐ จ. อุบลราชธาน

ประวัติเป็นมาของกลุ่ม
          กลุ่มอนุรักษ์พันธุ์ควายบ้านหนองหลวงได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี 2537 โดยการก่อตั้งของชาวบ้านและปศุสัตว์อำเภอเขมราฐ ที่ได้รับพระราชทานควายจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปีนั้น ชาวบ้านจึงมีการบริหารในรูปกลุ่มมีคณะกรรมการเป็นผู้ดูแล เริ่มแรกมีสมาชิกไม่มาก แต่ปัจจุบันนี้หลังจากได้รับงบประมาณจากกองทุนเพื่อสังคม มีการเปิดรับสมาชิกจากหมู่บ้านอื่นอีกในอำเภอเขมราฐ ปัจจุบันมีสมาชิก 150 คน และคณะกรรมการ 9 คน ปัจจุบันยังดำเนินการต่อไป

รายชื่อคณะกรรมการ
        1. นายสวัสดิ์         ชาภักดี
        2. นายสมชัย         ไชยจิตร
        3. นายกระแสร์      วรรณุรักษ์
        4. นางอนุสนธ์       วรรณุรักษ์
        5. นายทองแดง     โพธิ์ไทร
        6. นายเรืองฤทธิ์     เหล่ากัณหา
        7. นางทอง           โพธิ์อ่อน
        8. นายตุ่น             บุญแพง
        9. นางดอกแก้ว      ชาพิภักดิ์

ประธาน
รองประธาน
เลขานุการ
เหรัญญิก
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
สิ่งตอบแทนจากชุมชน
        1. ทำให้ชุมชนมองเห็นความสำคัญของการรวมกลุ่ม
        2. ทำให้คนในชุมชนหันหน้าเข้าหากัน มีความสามัคคีมากขึ้น
        3. ช่วยให้ผู้ที่ยังไม่มีควายไว้ใช้แรงงาน ได้มีควายเป็นของตนเอง
การถักทอเครือข่าย
         ปัจจุบันกลุ่มอนุรักษ์ควายบ้านหนองหลวง ได้มีการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกลุ่มต่างๆ ในชุมชนตนเอง เช่น กลุ่มศูนย์สาธิตฯ เกษตรธรรมชาติ , กลุ่มแม่บ้าน , กลุ่มเยาวชน , กลุ่มควายพระราชทาน ปัจจุบันกลุ่มอนุรักษ์ควายบ้านหนองหลวง และกลุ่มควายพระราชทานยังได้ร่วมทำโครงการอีกโครงการหนึ่งขึ้น ผ่าน อบต. เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก อบต. ในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล 85,000 ล้านบาท ในครั้งนี้
รายชื่อผู้ที่ได้รับควาย

1. นายวิเชียร ตรีรัตน์
    บ้านเลขที่ 25 ม. 8 ต. หัวนา อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
    ควายที่ได้รับชื่อ ทอง เพศเมีย
2. นางหนู ศรีสว่าง
    บ้านเลขที่ 26 ม. 14 ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
    ควายที่ได้รับชื่อ เฒ่า เพศเมีย
3. นายกัณหา เครื่องเงิน
    บ้านเลขที่ 53 ม. 3 ต. เขมราฐ อ. เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
    ควายที่ได้รับชื่อ น้อย เพศเมีย
4. ควายเพศผู้ ชื่อ ตู้ ( พ่อพันธุ์ )
    ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 182 ม. 14 ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ จ. อุบลราชธานี
    ( ไม่ได้ให้กู้ ไว้เป็นพ่อพันธุ์ )

สิ่งที่ชุมชนมอบให้
การทำน้ำหมักกระเจี๊ยบ ( ไวน์ )
วัสดุ - อุปกรณ์
1. กระเจี๊ยบแห้งประมาณ 1 กิโลกรัม
2. น้ำตาลทรายแดง 1/2 กิโลกรัม
3. น้ำเปล่า 4 ลิตร
4. ขวดพลาสติก ( โค้ก )

วิธีทำ
1. นำหม้อที่ใส่น้ำไปต้มให้เดือด แล้วนำกระเจี๊ยบแห้งต้มให้สีของกระเจี๊ยบออกให้หมด
2. เมื่อต้มได้ที่แล้วตักเอาน้ำที่ต้มร้อนแล้ว ใส่หม้ออีกใบแล้วเติมน้ำตาลทรายแดง ประมาณ 1/2 กิโลกรัมลงไป แล้วคนให้เข้ากันให้น้ำตาลละลาย แล้วปล่อยทิ้งไว้จนเย็น
3. นำน้ำที่ผสมน้ำตาลเสร็จแล้ว บรรจุใส่ขวดเก็บไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 7 - 15 วัน จะได้น้ำหมักกระเจี๊ยบ ( ไวน์ ) ที่เป็นหัวเชื้อ หลัวจากนั้นจึงนำมาขยายต่อไป

 


 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อองค์กรกลุ่มกองทุนธนาคารโค - กระบือ่ เกษตรนาโพธิ์กลาง
รายชื่อคณะกรรมการ ( นาโพธิ์กลาง )
        1. นายคูน        ปลงสิงห์
        2. นายสุพจน์    ภูทอง
        3. นายบรรพต  โยธารมย์
        4. นายปาง       สุขทา
        5. นายสมศักดิ์   จันทร์ใส
        6. นายอ่อน        บุญล้อม
        7. นายแสวง       แต้มสี
        8. นายคำผ่าย      แสงเนตร
        9. นายปาน         คำมั่น
      10. นายศุภลักษณ์  วัตพจน์
      11. นายวัง           นันทรักษ์
      12. นายวิรัช         อ้อนล้ำ
      13. นายพะยอม     สีดาจิตร
      14. นายจำลอง      เภาวัลย์
      15. นายคำ            ภูทอง
      16. นายมา           โยธารักษ์
      17. นายทองมี       ขันติวัตร
      18. นายธรรม        แก่นไทย


ประธาน
รองประธาน
เลขานุการ
เหรัญญิก
ประชาสัมพันธ์
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
บัญชีเงิน
บัญชีเงิน
บัญชีเงิน
บัญชีเงิน
บัญชีเงิน
บัญชีเงิน
บัญชีเงิน
บัญชีเงิน
บัญชีเงิน

รายชื่อผู้ที่ได้รับควาย

1. นายหนูกร ป้องสิงห์
ชื่อควาย ดอกฝ้าย
2. นางสนิท พันธ์แสง
ชื่อควาย นิโคร
3. นางอรอุมา ชุมเมือง
ชื่อควาย สีพอน
4. นายบุญนอง โคตรเมือง
ชื่อควาย เลา
5. นางทองมี สีอ่อนตา
ชื่อควาย แม่ควายชื่อ คูณ ลูกควายชื่อค้ำ
6. นายพรชัย แสงเนตร
ชื่อควาย ปุ๋ย
7. นายมา โยธารักษ์
ชื่อควาย ก้อม
8. นายปาง สุขทา
ชื่อควาย คำลูกลา
9. นายจ๊อก นันทรักษ์
ชื่อควาย ลำไย
10. นางหนูนิด ตาทอง
ชื่อควาย คำผอง

 


 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อองค์กรโครงการควายพระราชทานคืนทุ่ง ตำบลพะลาน
กิ่งอำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี
โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนชุมชน

ที่ทำการ กลุ่มควายพระราชทาน
ต.พะลาน อ. นาตาล              
       จ.อุบลราชธานี                    
ประวัติความเป็นมาของกลุ่ม
          เดิมกลุ่มควายพระราชทาน บ้านนาทราย มีสมาชิกเริ่มก่อตั้ง 15 คน มีคณะกรรมการ 5 คน ได้รับควายพระราชทาน จากกรมปศุสัตว์ อำเภอนาตาล จำนวน 3 ตัว
จากเดือนเมษายน พ.ศ. 2528 - ปี 2544 มีควายเพิ่มขึ้นเป็น 24 ตัว มีการบริหารจัดการในรูปของกลุ่ม มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมารับผิดชอบและกฎระเบียบ ข้อบังคับภายในกลุ่ม กลุ่มเลี้ยงควายพระราชทาน บ.นาทราย ปัจจุบันได้มีกลุ่มเลี้ยงควายภายใน ต.พะลาน เข้ามาเป็นสมาชิก ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 70 คน มีคณะกรรมการ 9 คน และมีการระดมหุ้นกันในการทำกิจกรรมร่วมกัน และยังสามารถนำมูลของควายมาทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนในการผลิต
          โครงการควายพระราชทานคืนทุ่ง ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อสังคม จำนวน 90,000 บาท และชุมชนสมทบ 11,000 บาท
                 - ควายพ่อพันธุ์ 1 ตัว ราคา 16,000 บาท
                 - ควายแม่พันธุ์ 6 ตัว ราคา 74,000 บาท
           เสียงตอบรับจากโครงการควายพระราชทานคืนทุ่ง ดีมาก เนื่องจากชุมชนต่างๆ ให้ความสนใจเรื่องการอนุรักษ์ควาย และฟื้นฟูภูมิปัญญาของตนที่มีอยู่และเพื่อจะลดต้นทุนในการผลิตและในกลุ่มได้ขยายองค์ความรู้ ( ควาย ) ที่มีอยู่ได้ 6 หมู่บ้าน ใน ต.พะลาน ปัจจุบันยังมีชุมชน ต.พะลาน ที่ยังไม่เป็นสมาชิก มาขอเป็นสมาชิกอีกมากในขณะนี้
รายชื่อคณะกรรมการกลุ่มเลี้ยงควายพระราชทาน
        1. นายสมพจน์         สืบหาญาติ
            ปร
ะธาน
        2. นายนวน             นนท์พล                รองประธาน
        3. นางจงจิตร          นาคทอง               เหรัญญิก
        4. นางเยาวเรศ        ภวะวิจารณ์            เลขานุการ
        5. นางหนูกาจน์        อ่อนสิงห์               กรรมการ
        6. นายสนั่น             พรมบุดดี              กรรมการ
        7. นางคำกอง          สุดตา                   กรรมการ
        8. นางเทวี              แดงอาจ                กรรมการ
        9. นางสำเนียง         เหล่าบง                กรรมการ
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ที่ได้รับควายไปเลี้ยง
      1. คัดเลือกสมาชิกที่ยากจนในกลุ่ม โดยจะตัดเลือกผู้ไม่มีควาย - วัวมาก่อน
      2. ให้คนที่ไม่มีควาย เพื่อใช้แรงงานควายในภาคการเกษตร
      3. ให้ควายกระจายทุกหมู่บ้านที่เป็นเครือข่าย
      4. ผู้ที่จะได้ควายไปเลี้ยงจะมีความขยันขันแข็งในการทำงาน
      5. เป็นผู้ที่รักสัตว์ และไม่ทารุณสัตว์ และไม่ใช้งานสัตว์ในวันพระและในวันสำคัญทางศาสนา
      6. ผู้ที่จะได้รับควายไปเลี้ยงต้องมีหุ้น
      7. เป็นที่ร่วมกิจกรรมอยู่เสมอ

แนวทางการจัดกลุ่มที่จะยั่งยืนในอนาคต
          โดยทางจะเชื่อมประสานงานกับหน่วยงานปศุสัตว์เพื่อที่จะพัฒนากลุ่มและพัฒนาควาย - วัว พื้นเมืองให้การเจริญเติบโต ให้ลูกดกและเลี้ยงง่าย และจัดการวางเก็บขัอมูลและฐานข้อมูลที่เอื้อประโยชน์ต่อการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยิ่ง
          ผู้ที่ได้รับควาย - วัว ไปเลี้ยง เมื่อแม่พันธุ์ควาย - วัวตกลูกจำนวน 2 ตัว ทางกลุ่มจะแบ่งให้ผู้เลี้ยงจำนวน 1 ตัว เพื่อขยายพันธุ์ให้สมาชิกครอบครัวอื่นต่อไป

รายชื่อผู้ที่ได้รับการส่งเสริมเลี้ยงควาย พระราชทาน ต.พะลาน
1. นางเทวี         แดงอาจ      35 ม.     3 บ.ปากแซง
2. นางบัวบาน     เหล่าบง        5 ม.   13 บ.ทางโคง
3. นายทวีศักดิ์    ชาวเรณู      83 ม.     9 บ. นาหินโหน่ง
4. นายหนูกร      พรมงาม      30 ม.    2 บ. นาดง
5. นายบุญถอง    นาคทอง      67 ม.    2 บ. นาทราย
6. นายสุระชัย    เมืองชอง      63 ม.    2 บ. นาทราย
7. นายสัญญา     ภวะวิจารณ์     1 ม.  10 บ. ดอนนางนิล
ต.พะลาน
"
"
"
"
"
"
กิ่ง อ.นาตาล
"
"
"
"
"
"
 

 


 

องค์กรเครือข่ายควาย - วัว จังหวัดอุบลราขธานี
ชื่อองค์กรเครือข่ายกลุ่มพัฒนาควาย - วัว บ้านหหนองเสือ หมู่ที่ 8 ตำบลขี้เหล็ก
ทะเบียนประวัติควาย - วัว
ลำดับที่
ชื่อ - สกุล
ที่อยู่
หมายเลข
 
บ.เลขที่
หมู่ที่
เพศ
พ.ศ.
ตัว
1
นายสวาท ธรรมสัตย์
79
8
33401-01251-34-5
ผู้
2545
1
2
นายชิน หอมหวน
124
8
33401-01254-20-4
3
นายสำลี บุญส่ง
106
8
33401-01253-19-4
4
นายบัวกัน สายแวว
115
8
33401-01253-73-9
เมีย
2545
1
5
นายมี อยู่เย็น
99
8
33401-01252-87-3
6
ส.ต.บุญมี พรมหล่อ
167
8
33401-01187-67-1
เมีย
2545
1
7
นายบุญถิ่น สุหงษา
53
8
33401-00630-96-5
8
นายไสว จันทร์ไตร
65
8
33401-00570-46-3
เมีย
2545
1
9
นายพุฒ สายสุพรรณ์
54
8
33401-01249-68-5
เมีย
2545
1
10
นายบุญจันทร์ สดชื่น
23
8
33401-00568-29-9
เมีย
2545
1
11
นายอ่อนตา อยู่เย็น
95
8
33401-01252-55-4
เมีย
2545
1
12
นายพิมตา อยู่สุข
50
8
33401-01249-42-1
13
นางดาวเรือง สภสร
67
8
33401-01250-57-8
เมีย
2545
1
14
นางชาลี สายแวว
45
8
33401-01252-18-0
15
นายเที่ยง สายแวว
89
8
33401-01252-16-3
16
นายดา อยู่เย็น
85
8
33401-01251-81-7
17
นายหอม สายแวว
33
8
33401-01269-95-3
18
นางเงิน หอมหวน
38
8
33401-00568-40-0
19
นายสมหมาย สายแวว
49
8
33401-01249-36-7
20
นางกลมณี สายแวว
72
8
33401-00361-50-4
21
นายสำราญ สีมาคำ
7
8
33401-00270-80-0
22
นายไพทูล บุญศิริ
129
8
33401-01254-41-7
23
นายคำผ่อน จองหงห์
69
8
33401-01254-34-4
เมีย
2545
1
24
นางหนูพิศ พรมหล่อ
67
8
33401-
 

ตรวจงวด 2 ได้ 72,000 บาท
    ชุมชนสมทบ 9,200 บาท
     รวมมูลค่า 81,200 บาท